ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 จังหวัดสงขลา ประสบผลสำเร็จในการทำซั้ง
ข่าว สันติภาพ รามสูต สงขลา / ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 จังหวัดสงขลา ประสบผลสำเร็จในการทำซั้ง (ปะการังเทียมภูมิปัญญาชาวบ้าน) หลังพบว่ามีปลาและทรัพยากรสัตว์น้ำเข้ามาอาศัยเป็นจำนวนมาก
วันนี้(6มิ.ย.55) นายสนธยา ประไพทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ปัจจุบันชาวประมงพื้นบ้านประสบปัญหาทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีสาเหตุมาจากการจับสัตว์น้ำจนเกินกำลังการผลิตของธรรมชาติ การทำการประมงโดยใช้เครื่องมือประมงที่ทำลายล้างสูงโดยผิดกฎหมาย เช่น อวนลาก อวนรุนทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพ โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้าน ที่ทำมาหากินแถบชายฝั่งทะเลด้วยเครื่องมือทำการประมงที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน และเลือกจับสัตว์น้ำเฉพาะอย่าง เช่น เบ็ด แห ลอบ ไซ อวนจมปู อวนลอยปลา และอวนลอยกุ้ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "ซั้ง" เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำกันมานานแล้ว จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่จะช่วยฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยการนำเอาเศษวัสดุในพื้นที่ เช่น ทางมะพร้าว มามัดรวมกันแล้วนำไปจมไว้ในทะเล ให้สัตว์น้ำได้เข้ามาอยู่อาศัย เพาะพันธุ์ วางไข่ ก่อนที่จะเจริญเติบโต ต่อไป ซั้งในลักษณะภูมิปัญญาชาวบ้านนี้ ไม่สร้างมลภาวะให้แก่ทะเล เพราะสามารถย่อยสลายได้เอง ที่ผ่านมาซั้งได้รับการยอมรับจากชาวบ้านแถบชายทะเลเป็นอย่างดี เพราะทำให้ปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชาวบ้านไม่ต้องออกไปทำอาชีพประมงในพื้นที่ไกล ๆ ซึ่งจากนี้ไป ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 จังหวัดสงขลา จะได้ขยายผลภูมิปัญญาชาวบ้านนี้ให้ซั้งได้เกิดขึ้นในพื้นที่อื่น ๆ ในชุมชนชายทะเลของจังหวัดสงขลาต่อไป ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 จังหวัดสงขลา กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางศูนย์ฯได้ประสบผลสำเร็จ ในการทำซั้งตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพราะมีปลาและทรัพยากรสัตว์น้ำเข้ามาอยู่ที่ซั้งเป็นจำนวนมากพอสมควร อย่างน้อยทำให้ชาวบ้านมีรายได้ ทำให้ชุมชนในพื้นที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยที่ไม่ต้องไปหากินไกลๆและอยู่กับครอบครัว สำหรับซั้งภูมิปัญญาชาวบ้าน ปีนี้ที่เราเริ่มทำเราคิดว่า เราประสบผลสำเร็จ ในเรื่องของการที่ชุมชน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้มีส่วนร่วม สำหรับซั้งภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นวัสดุอุปกรณ์ ที่สามารถย่อยสลายได้ โดยไม่มีมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม