วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรม “รักบ้านเรา” (มหกรรมวัฒนธรรมภาคใต้) มุ่งนำมิติทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมเป็นสะพานเชื่อมใจเร่งสร้างสันติสุขชายแดนใต้

ข่าว สุธิดา พฤกษ์อุดม ภาพ โปรดปราน บุญธรรม / กระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรม "รักบ้านเรา" (มหกรรมวัฒนธรรมภาคใต้) มุ่งนำมิติทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมเป็นสะพานเชื่อมใจเร่งสร้างสันติสุขชายแดนใต้

วันนี้(2ก.ค.55) เวลา 12.00 น. ที่ ศาลากลางจังหวัดสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา  นายเขมชาติ เทพไชย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรม "รักบ้านเรา" (มหกรรมวัฒนธรรมภาคใต้) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2555 ณ สวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา นายเขมชาติ เทพไชย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ขับเคลื่อนดำเนินงานเพื่อสนองตอบยุทธศาสตร์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ประกอบกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการเร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้ร่วมกับจังหวัดสงขลา สภาวัฒนธรรมภาคใต้ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เทศบาลนครยะลา และภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน กำหนดจัดงาน "รักบ้านเรา"(มหกรรมวัฒนธรรมภาคใต้) ระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2555 ณ สวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการเผยแพร่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สืบสานความหลากหลายของภูมิปัญญา ศิลปะ และวัฒนธรรม รวมทั้งแสดงศักยภาพสินค้า ผลิตภัณฑ์ และบริการทางวัฒนธรรมของจังหวัดภาคใต้ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคมบนฐานวัฒนธรรม ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนภาคประชาสังคมให้เข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในการขับเคลื่อนภารกิจด้านวัฒนธรรมในพื้นที่ และที่สำคัญ คือ "การนำมิติทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมมาเป็นสะพานเชื่อมใจให้เป็นหนึ่ง" ตามโครงการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กลับคืนสู่สันติสุขโดยเร็วต่อไป สำหรับการจัดงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย  อาทิ ขบวนแห่เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม 14 จังหวัดภาคใต้ การจัดนิทรรศการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จบำบัดทุกข์และช่วยเหลือประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ "ด้ามขวานทอง ใต้ร่มพระบารมี" การแสดงวงออร์เคสตร้า การแสดงโขน หนังตะลุง โนรา การแสดงของต่างประเทศ การแสดงของ 14 จังหวัดภาคใต้ การสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นจาก 14 จังหวัดภาคใต้  ค่ายเยาวชนสมานฉันท์ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การแสดงจากศิลปินชื่อดัง โกไข่-นายสน ,ไอซ์ อาร์สยาม , บ่าววี , วงแฮมเมอร์ ฯลฯจึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมงานได้ในวันเวลาดังกล่าว  

Read more...

ชาวบ้าน อ.จะนะ จ.สงขลา หันมาเลี้ยงจรเข้ขุนสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ

ข่าว สันติภาพ รามสูต สงขลา / ชาวบ้านในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เริ่มหันมาเลี้ยงจระเข้พันธุ์ไทยน้ำจืดเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ มีตลาดรองรับแน่นอนและสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำในระยะเวลาเพียง 2 ปี จระเข้เป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่กำลังมีผู้สนใจเลี้ยงกันมากขึ้นเพื่อเป็นอาชีพและอาชีพเสริมโดยเฉพาะในกลุ่มของชาวบ้านและเกษตรกรรายย่อย หากสำเร็จก็จะทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ อย่างเช่น นายวัชรพงษ์ โพธิ อายุ 25 ปี และ นายนัฐวุฒิ พรหมจิตร์ อายุ 26 ปี สองหนุ่มแห่งบ้านประจ่า ม.6 ต.นาหว้า อ.จะนะ จ.สงขลา ได้ทดลองเลี้ยงจระเข้พันธุ์ไทยน้ำจืดจำนวน 60 ตัว โดยวิธีเลี้ยงขุนแบบบ่อเดียว ใช้เงินลงทุนทั้งการสร้างบ่อและซื้อลูกจระเข้จำนวน 350,000 บาท โดยลูกจระเข้ซื้อมาจากฟาร์มใน จ.ชลบุรี ตัวละ 2,500 บาท ทั้งนายวัชรพงษ์ และนายนัฐวุฒิ บอกว่าหลังจากที่เลี้ยงมา 6 เดือน ปรากฏว่าเริ่มเห็นผลจระเข้โตดี จากขนาด 0.80-1 เมตร เพิ่มเป็น 1.20 เมตร- 1.30 เมตร โดยเทคนิคการเลี้ยงจะให้อาหารซึ่งเป็นไก่สดแช่แข็ง 5วัน ต่อครั้ง ครั้งละ 10 กิโลกรัม ต่อตัวตามด้วยอาหารเสริมเพิ่มให้จระเข้กันอาหารได้มากขึ้น และเปลี่ยนถ่ายน้ำเดือนละ 1 ครั้ง และต้องให้จระเข้อยู่ในความสงบที่สุดห้ามรบกวนโดยเฉพาะการส่งเสียงดังเพราะจระเข้จะไม่กินอาหารและต้องหาให้ขยับตัวน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้หนังมีรอยตำหนิ และข้อดีของจระเข้เลี้ยงขุนแบบบ่อเดียวตัวเดียวทำให้จระเข้โตเร็วกว่าการเลี้ยงรวมกันในบ่อเดียว สำหรับบ่อเลี้ยงจะมีความกว้าง 120 เซนติเมตร ยาว 180 เซนติเมตร สูง 1.50 เมตร ในบ่อมีบกมีน้ำอย่างละครึ่ง และต้องใช้วัสดุปิดทับด้านบน ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 2 ปี ก็จะจับขายได้ โดยราคาจระเข้ขนาดมาตรฐานเกรดเอต้องมีรอบอก 55 เซนติเมตร ความยาว 2  เมตร ขายเซ็นละ 120 บาท หรือตกตัวละ 10,000-12,000 บาท แต่ต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของหนังด้วยหากเกรดต่ำลงไปก็จะอยู่ที่ตัวละ 6,000-9,000 บาท โดยทั้งสองคนบอกว่าการเลี้ยงจระเข้อาจจะมีต้นทุนในช่วงแรกที่ค่อนข้างสูงแต่ในระยะยาวแล้วเชื่อว่าจะเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ความเสี่ยงน้อย เนื่องจากมีตลาดรองรับแน่นอนเพราะเมื่อได้ขนาดทางฟาร์มจะรับซื้อกลับในราคาประกัน และหากในระยะเวลา 6 เดือน จระเข้ตาย ไม่โตหรือเป็นโรคก็จะส่งตัวใหม่มาให้แทน สิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องรับภาระคือบ่อเลี้ยง อาหาร และการดูแลเท่านั้น โดยขณะนี้เริ่มก่อสร้างบ่อเลี้ยงเพิ่มเติมอีกเท่าตัวเพื่อเตรียมนำจระเข้ชุดใหม่มาเลี้ยง

Read more...
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...