วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ม.อ. คิดค้นระบบตรวจสอบและวิเคราะห์ป้ายทะเบียนรถยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต ระบุได้ชัดรถคันใด ไปที่ไหน เมื่อไหร่ ต่อยอดพัฒนาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

ข่าว ทักษิณ อรุณ สงขลา / ม.อ. คิดค้นระบบตรวจสอบและวิเคราะห์ป้ายทะเบียนรถยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต ระบุได้ชัดรถคันใด ไปที่ไหน เมื่อไหร่ ต่อยอดพัฒนาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ วันนี้ (31 ส.ค. 55) ที่ ห้องประชุมมงคลสุข คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ดร.นิคม สุวรรณวร อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ พร้อมทีมงาน ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการคิดค้นระบบตรวจสอบป้ายทะเบียนรถยนต์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาความปลอดภัยจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ดร.นิคม สุวรรณวร กล่าวว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อการตรวจหา และรู้จักแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แล้วนำมาทำการประมวลภาพจากกล้องวิดีโอ ซึ่งถูกติดตั้งไว้บริเวณทางเข้าออก เมื่อมีรถผ่านมาก็จะทำการบันทึกภาพ และประมวลผลภาพเก็บไว้ในฐานข้อมูล ซึ่งการทำงานดังกล่าวจะช่วยให้สะดวกในการค้นหาข้อมูล และมีประสิทธิภาพในด้านการรักษาความปลอดภัย และที่สำคัญสามารถเรียกดูข้อมูลได้อัตโนมัติผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งจากการประเมินค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นพบว่า มีราคาถูกกว่าท้องตลาด แต่ประสิทธิภาพ รวมทั้งประโยชน์ มีมากกว่า สำหรับการออกแบบด้านฮาร์ดแวร์จะแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก คือ ระบบการวิเคราะห์ภาพตามเวลาจริง ซึ่งจะทำการบันทึกและจัดเก็บข้อมูลป้ายทะเบียน ประกอบด้วย 3 หน่วยการทำงานย่อย คือ การวิเคราะห์ป้ายทะเบียน ระบบการควบคุมการบันทึก และ ระบบการตรวจสอบข้อมูลและเตือน ส่วนที่สอง คือ ระบบการจัดการข้อมูลภาพป้ายทะเบียนและรถ ซึ่งจะมีหน่วยย่อยสองส่วน คือ ส่วนที่จะทำงานตามความเร็วจริง โดยจัดเก็บข้อมูลที่ได้จากผลการวิเคราะห์ และส่วนที่ทำงานแบบออฟไลน์ ซึ่งจะเป็นส่วนที่ใช้ในการสืบค้นและจัดพิมพ์ ดร.นิคม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้กับการแก้ปัญหารถแปลกปลอมที่ลักลอบเข้ามา เพื่อก่อปัญหาด้านความปลอดภัย ซึ่งเหมาะสำหรับหน่วยงานราชการ ห้างสรรพสินค้า และ พื้นที่เสี่ยงภัยที่มีรถเข้าออกในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก เพราะ ระบบสามารถประเมินผล และสืบค้นวิเคราะห์หาป้ายทะเบียนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสามารถบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานได้อย่างชัดเจน หากท่านใดที่มีความสนใจ และต้องการนำระบบดังกล่าวไปใช้สามารถติดต่อได้ที่ ดร.นิคม สุวรรณวร ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ โทร.08-5077-7845 หรือ หน่วยองค์กรสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ โทร. 0-7428-7111

Read more...

กสทช. จัดเสวนาใหญ่เติมความรู้เรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ท ให้ประชาชนในจังหวัดสงขลา

ข่าว ทักษิณ อรุณ สงขลา / กสทช. จัดเสวนาใหญ่เติมความรู้เรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ท ให้ประชาชนในจังหวัดสงขลา วันนี้ (31 ส.ค. 55) ที่ ห้องจามจุรี ชั้น 4 โรงแรมซากุระ แกรนด์ วิว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร้อยโท เจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. พร้อมด้วย ดร.พัชรสุทธิ์ สุจริตตานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมูลและออกแบบตลาด ได้ร่วมกันจัดงานประชาสัมพันธ์เชิงลึกการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ท (GHz) และเทคโนโลยีการสื่อสารในอนาคต ให้แก่ตัวภาคประชาชน และ นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้รับฟัง รวมทั้งตอบข้อซักถามต่างๆ เนื่องจากคลื่นความถี่เป็นสมบัติของชาติที่มีประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ร้อยโท เจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการรองประธาน กสทช. กล่าวว่า กสทช. มีนโยบายเร่งด่วนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนทั่วประเทศในเรื่องกรจัดสรรและการประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งรูปแบบการให้ความรู้ของ กสทช. ในครั้งนี้ จะเน้นความเข้มข้นในเรื่องของเนื้อหา ตั้งแต่การปูพื้นฐานให้ประชาชนทราบถึงที่มาที่ไปและความสำคัญของคลื่นความถี่ รวมทั้งเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของ กสทช. ผ่านรูปแบบเวทีเสวนา โดยเฉพาะเรื่องการประมูลคลื่นในย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ท (GHz) ของระบบ 3G ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่เหมาะสมกับการให้บริการข้อมูลหรืออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายความเร็วสูง ทั้งนี้ในเวทีเสวนาดังกล่าวได้ให้ความรู้เกี่ยวกับคลื่นความถี่อย่างเจาะลึก ทั้งความรู้ทั่วไปของการประมูลคลื่นความถี่ ทำไมต้องใช้การประมูลในการจัดสรรคลื่นความถี่ วัตถุประสงค์หลักของการประมูลคืออะไร ประชาชนจะได้อะไรหลังจากการประมูล แนวทางการป้องกันการฮั๊วประมูล รวมทั้งการชี้แจงเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ขอยื่นประมูล เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และการยกตัวอย่างกรณีศึกษาการจัดสรรคลื่นความถี่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก แล้วนำมาเป็นข้อมูลและเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของแต่ละประเทศ เพื่อนำมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับการจัดสรรและดำเนินงานด้านคลื่นความถี่ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพต่อไป

Read more...

ป.ป.ช. สงขลา จัดสัมมนา “บทบาทของนักการเมืองในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยตามหลักคุณธรรมและจริยธรรม” เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของผู้นำท้องถิ่น

ข่าว วิชราวุฒิ แกล้วกล้าหาญ สงขลา / ป.ป.ช. สงขลา จัดสัมมนา "บทบาทของนักการเมืองในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยตามหลักคุณธรรมและจริยธรรม" เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของผู้นำท้องถิ่น วันนี้ (31 ส.ค. 55) ที่ โรงแรม บีพี สมิหลาบีซรีสอร์ท อ.เมืองสงขลา ศาสตราจารย์ภักดี โพธิศิริ กรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นประธาน เปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติ เรื่อง "บทบาทของนักการเมืองในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยตามหลักคุณธรรมและจริยธรรม" โดยมีนายวิโรจน์ ทัฬหะวาสน์ นายอำเภอเมืองสงขลา ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดสงขลา ร่วมให้การต้อนรับ และมีนักการเมืองระดับท้องถิ่น ในเขต พัทลุง ตรัง สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และจังหวัดสงขลา กว่า 150 คนเข้าร่วมโครงการฯ ในครั้งนี้ ศาสตราจารย์ภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช. เห็นว่าการที่จะสนับสนุนให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ต้องมีการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงกำหนดให้คณะอนุกรรมการจัดทำหลักสูตรบทบาทของนักการเมืองในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยตามหลักคุณธรรม จริยธรรมขึ้น และได้มีการดำเนินการจัดการสัมมนา กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องมาเป็นลำดับ โดยเริ่มจากการจัดสัมมนาเสริมสร้างความรู้ให้กับนักการเมืองระดับชาติ ได้แก่ สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว 2 ครั้ง พร้อมกันนั้นได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความรู้แก่นักการเมืองระดับท้องถิ่นควบคู่กันไปด้วย โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ซึ่งผลจากการสัมมนาน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา เพื่อนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนต่อไป สำหรับกิจกรรมที่ สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดสงขลา ได้จัดให้แก่ผู้เข้าร่วมในโครงการฯประกอบด้วย การบรรยายพิเศษเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริต ศาสตราจารย์ภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. และการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ โดยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช.

Read more...

เกษตรกรชาวสวนปาล์มปลูกพริกแซมตามร่องสวนปาล์มน้ำมัน สร้างรายได้เสริมอย่างงาม หลังพริกราคาพุ่งสูงขึ้น‏ เกษตรกรชาวสวนปาล์มปลูกพริกแซมตามร่องสวนปาล์มน้ำมัน สร้างรายได้เสริมอย่างงาม หลังพริกราคาพุ่งสูงขึ้น‏

ข่าว สันติภาพ รามสูต สงขลา / เกษตรกรชาวสวนปาล์มปลูกพริกแซมตามร่องสวนปาล์มน้ำมัน สร้างรายได้เสริม หลังพริกราคาพุ่งสูงขึ้น ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ สามารถเก็บขายได้ทุกวัน เชิญชวนเกษตรกรหันมาปลูกพริก หากต้องการเมล็ดพันธุ์มารับไปปลูกได้ฟรี นางอุทัย แซ่เจ่น อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 7 ต.กระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา เกษตรกรชาวอำเภอสทิงพระ ฉายา"หญิงเหล็กสู้ชีวิต" มีความคิดริเริ่มในการนำพันธุ์พริกหอมเหลือง มาปลูกแซมตามร่องสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งมีประมาณ 100 ไร่ โดยเริ่มปลูกครั้งแรก จำนวน 3 ไร่ เมื่อต้นเดือนมกราคม 2555 ที่ผ่านมา ขณะนี้สามารถเก็บผลผลิตพริกส่งขายได้ทุกวันๆละ 10 กิโลกรัม โดยทำการเก็บพริกส่งขายวันเว้นวัน ครั้งละ 20 กิโลกรัม สร้างรายได้เสริมได้อย่างงามเป็นกอบเป็นกำ เนื่องจากในช่วงนี้ราคาพริกมีราคาสูงขึ้น จากเดิม กิโลกรัมละ 60-70 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งเป็นราคาส่งจากชาวสวน ส่วนราคาพริกในท้องตลาดทั่วไป ราคากิโลกรัมละ 120-140 บาท และขณะนี้ได้ทำการปลูกพริกในร่องสวนปาล์มเพิ่มขึ้นอีก 5 ไร่ และจะสามารถเก็บผลผลิตได้ในระยะเวลาอีก 2 เดือนข้างหน้า นางอุทัย แซ่เจ่น กล่าวว่า ตอนนี้ปลูกพริกทั้งหมด 8 ไร่ ที่เก็บขายได้อยู่ 3 ไร่ โดยเก็บวันเว้นวันได้ครั้งละ 20 กิโลกรัม ตลาดที่ส่งขายอยู่ที่แม่ขลี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ตอนนี้ขายกิโลกรัมละ 100 บาท เก็บมา 7 เดือนแล้ว ที่ผ่านมาต่ำสุดกิโลกรัมละ 60 บาท ตอนนี้ราคาขึ้นมา กิโลกรัมละ 100 บาทแล้ว ตอนนี้เก็บอยู่ 3 ไร่ อีก 5 ไร่ เพิ่งเริ่มเป็นดอกขายได้ทุกวันตลาดดีอยากให้เพื่อนๆ ปลูกกันนะ อยากแนะนำให้หันมาปลูกพริกกัน ปลูกแล้วมีรายได้ทั้งปี พริกนี้เป็นพริกพันธุ์หอมเหลือง หากใครต้องการปลูกต้องการพันธุ์เมล็ดก็มาเอาจากที่นี่ได้ เพราะอยากจะช่วยทุกคน

Read more...

สภ.หาดใหญ่ กวาดล้างแกงค์ขอทานย่านเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยว

ข่าว สันติภาพ รามสูต สงขลา / ตำรวจหาดใหญ่กวาดล้างแกงค์ขอทานต่างชาติและคนไทยที่ตระเวนออกขอทานและเรี่ยไรเงินตามย่านการค้าและการท่องเที่ยวของเมืองหาดใหญ่ สร้างความสำคาญให้กับผู้คนและนักท่องเที่ยว ทำลายภาพลักษณ์ของเมืองหาดใหญ่ พบหลายคนใช้วิธีเสแสร้งอ้างพิการและชราสร้างความสงสาร ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จับกุมแกงค์ขอทานต่างชาติและคนไทย ทั้งชายและหญิงได้ จำนวน 5 คน เป็นชาวกัมพูชา 3 คน และคนไทย 2 คน ซึ่งตระเวนออกขอทานและเรี่ยไรเงินในย่านเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวของเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะถนนเสน่หานุสรณ์และถนนนิพัทธุ์อุทิศ3 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวและผู้คนจำนวนมาก หลังจากที่ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวร้องเรียนให้ไปตรวจสอบและจับกุมเพราะสร้างความรำคาญและทำลายภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวของ อ.หาดใหญ่ และจากการตรวจสอบพบว่าแกงค์ขอทานกลุ่มนี้จะใช้วิธีเสแสร้งว่าเป็นคนพิการขาขาดหรือไม่ก็เป็นคนชราเดินไม่สะดวกต้องใช้ไม้เท้าเพื่อให้ดูว่าน่าสงสารทั้งที่สภาพร่างกายยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ใกล้เคียงกับคนปกติ และบางคนแต่งกายเป็นผู้รู้ทางศาสนาเพื่อให้ดูว่าน่าเชื่อถือออกเรี่ยไรเงินโดยอ้างนำไปทำสาธารณกุศลแต่ในกระเป๋ามีสัมภาระเป็นชุดปกติไว้สับเปลี่ยน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรี่ยไรสร้างความลำคราญให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวส่งดำเนินการต่อไปและจะประสาน ตม.ดำเนินการผลักดันกลับประเทศต่อไป

Read more...

ชาวบ้าน อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา รวมกลุ่มสร้างรายได้เสริมจากไข่มดแดง หลังฝนทิ้งช่วงสภาพอากาศแห้งแล้ง

ข่าว สันติภาพ รามสูต สงขลา / อากาศแห้งแล้งมดแดงทำรังชุกชาวบ้านใน อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา พลิกวิกฤติเป็นโอกาสรวมกลุ่มขับรถออกตระเวนหาไข่มดแดงจากต้นหูกวางริมถนนที่มดแดงชอบทำรังเป็นจำนวนมากนำมาเป็นอาหารจานเด็ดและขายเป็นรายได้เสริม ชาวบ้านในพื้นที่ ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ใช้เวลาว่างรวมกลุ่มนั่งรถกระบะสองแถว ออกตระเวนหาไข่มดแดงจากต้นหูกวาง ตลอดสองข้างทางที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอกระแสสินธ์ เนื่องจากขณะนี้ฝนทิ้งช่วงสภาพอากาศแห้งแล้งจึงมีมดแดงทำรัง และวางไข่บนต้นหูกวางนับสิบรังต่อต้น จึงสามารถเลือกเก็บไข่มดแดงจากรังที่เริ่มวางไข่ซึ่งจะสังเกตุจากรังที่ใบหูกวางเริ่มแห้งเหี่ยวซึ่งจะมีไข่มดแดงอยู่เต็มรัง โดยใช้กระสอบผูกติดกับปลายไม้ที่มีความยาวเท่ากับความสูงของต้นไม้ ใช้ทลวงรังเพื่อให้ไข่มดแดงร่วงลงมาในกระสอบ ซึ่งจะมีนางพญาของมดแดงติดมาด้วยแล้วนำมาใส่รวมกันไว้ในถังน้ำ โดยชาวบ้านจะเลือกออกหาไข่มดแดงในช่วงเช้าถึงเที่ยงส่วนใหญ่จะนำไปทำอาหารจานเด็ดยำไข่มดแดงและหากเหลือก็จะนำไปขายให้กับเพื่อนบ้านในราคาอย่างต่ำกิโลกรัมละ 100 บาท สร้างรายได้เสริมให้อีกทางหนึ่งนอกเหนือจากอาชีพหลักทำนาและขึ้นตาลโตนดซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาว อ.กระแสสินธ์

Read more...

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ตัวแทนจากกรมปศุสัตว์และภาคเอกชนในประเทศอินโดนีเซียลงพื้นที่เยี่ยมชมฟาร์มนกเขาชวาในพื้นที่จ.สงขลาและจ.ปัตตานี

ข่าว สันติภาพ รามสูต / ตัวแทนจากกรมปศุสัตว์และภาคเอกชนในประเทศอินโดนีเซียลงพื้นที่เยี่ยมชมฟาร์มนกเขาชวาในพื้นที่จ.สงขลาและจ.ปัตตานี
วันนี้(29 ส.ค.) นางสาวโศภิษฐ์ ธัญลักษณากุล ปศุสัตว์เขต 9 นำตัวแทนจากกรมปศุสัตว์และภาคเอกชนในประเทศอินโดนีเซียลงพื้นที่เยี่ยมชมฟาร์นกเขาชวาในพื้นที่อ.จะนะ จ.สงขลา และจ.ปัตตานี ซึ่งเป็นฟาร์มที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในการจัดการฟาร์มที่ดีในวงการผู้เลี้ยงนกเขาชวาทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศอินโดนีเซียในเรื่องของการระบบบริหารจัดการฟาร์มนกเขาชวาของไทยโดยเฉพาะการควบคุมโรคไข้หวัดนก นำไปสู่การประสานความร่วมมือในการรื้อฟื้นการส่งออกนกเขาชวาเสียงของไทยไปยังประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นตลาดรองรับที่สำคัญอีกครั้งและจะเป็นอีกหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ในการส่งออกของไทยที่มีมูลค่ามหาศาล นางสาวโศภิษฐ์ ธัญลักษณากุล ปศุสัตว์เขต 9 เปิดเผยว่า ทางตัวแทนปศุสัตว์และภาคเอกชนประเทศอินโดนีเซียพอใจในการพัฒนาฟาร์มนกเขาชวาของไทยให้มีมาตรฐานและการเฝ้าระวังในเรื่องของโรคไข้หวัดนก โดยหลังจากนี้ทางกรมปศุสัตว์จะเร่งดำเนินการจัดอบรมเพื่อให้ความรู้กับผู้เลี้ยงนกเขาในเรื่องของระบบการจัดการฟาร์ม การเลี้ยง และการควบคุมโรคให้เป็นมาตรฐาน และทางกรมปศุสัตว์จะออกหนังสือรับรองให้เพื่อยันยันว่าอยู่ภายใต้ระบบการจัดการฟาร์มสัตว์ปีกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ ซึ่งมีมาตรการควบคุมโรคและการเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นใบเบิกทางและช่วยสร้างความมั่นใจในการส่งออกสัตว์ปีกให้กับประเทศคู่ค้าและกลับมารื้อฟื้นธุรกิจการส่งออกนกเขาชวาของไทยให้กลับมาเหมือนเดิมโดยเฉพาะในอินโดนีเซียและมาเลเซียซึ่งเป็นตลาดนกเขาชวาที่สำคัญของไทย โดยคาดว่าภายในต้นปีนี้จะสามารถกลับมาส่งออกนกเขาชวาได้อีกครั้งซึ่งกำลังอยู่ระหว่างตกลงเงื่อนไขการส่งออกกับประเทศอินโดนีเซีย นางสาวโศภิษฐ์ ธัญลักษณากุล ปศุสัตว์เขต9 ยังระบุอีกว่า การเลี้ยงนกเขาชวามีการพัฒนาเป็นอาชีพให้เป็นเอกลักษณ์ที่นำรายได้ให้กับชุมชนชายแดนภาคใต้ และส่งผลดีต่อการสร้างอาชีพอื่นๆในภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว เช่น การทำกรงนก ผ้าคลุมกรงนก ผลิตอาหารนก การแข่งขันนกเขาชวาและจากชื่อเสียงของนกเขาชวาของไทย ชาวต่างประเทศจึงนิยมและยอมรับนกเขาชวาของไทย โดยมีประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นตลาดรองรับที่สำคัญ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย นกเขาชวายังเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้เลี้ยงในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มีการหมุนเวียนของเงินตราที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนจำนวนมหาศาล แต่จากปัญหาการระบาดของโรคไข้หวัดนกในแถบเอเชียอาคเนย์ใน2547ส่งผลให้การเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกเพื่อการนำเข้าและส่งออกประสบกับอุปสรรค เพราะโรคไข้หวัดนกกลายเป็นข้อกีดกันทางการค้า กระทบโดยตรงต่อวงการนกเขาชวาเสียง ทำให้การส่งออกนกเขาชวาต้องหยุดชะงักลง เป็นผลให้อาชีพการเลี้ยงนกเขาชวาและอาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบตามมาด้วย แต่หลังจากที่ไทยสามารถควบคุมโรคไข้หวัดนกได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ปี2551 จนถึงขณะนี้เชื่อว่าการส่งออกนกเขาชวาของไทยจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง

Read more...

การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสงขลา ประกาศหยุดจ่ายน้ำประปาชั่วคราว

ข่าว สุธิดา พฤกษ์อุดม สงขลา / การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสงขลา ประกาศหยุดจ่ายน้ำประปาชั่วคราว

นายรุ่น พุทธมณี ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสงขลา เปิดเผยว่า การประปาฯ จำเป็นจะต้องหยุดจ่ายน้ำประปาชั่วคราว เพื่อทำการทดสอบแรงดันน้ำ ในวันพุธที่ 29 สิงหาคม 2555 และ วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2555 เวลา 22.00-03.00 น. โดยในวันที่ 29 สิงหาคม 2555 จะทำให้น้ำประปาไม่ไหลบริเวณถนนลพบุรีราเมศวร์ ตั้งแต่ห้าแยกน้ำกระจาย-บ้านท่านางหอม ถนนสงขลา-เกาะยอ และตั้งแต่ห้าแยกน้ำกระจายถึงสวนสาธารณะเปรมติณสูลานนท์ ส่วนในวันที่ 31 สิงหาคม 2555 จะทำให้น้ำประปาไม่ไหลบริเวณ ถนนเก้าเส้ง ซอยหอพักคุณหญิง เก้าแสนซอย 1,2 ซอยสวนขวัญ 1-6 และ ซอยศิริยะพันธ์ 1-4 จึงขอให้ผู้ที่ใช้น้ำประปาในบริเวณดังกล่าว โปรดสำรองน้ำไว้ใช้ พร้อมทั้งขออภัยในความไม่สะดวก หากดำเนินการแล้วเสร็จจะรีบดำเนินการจ่ายน้ำในทันที

Read more...

ชาวสวนยางออกหาหอยจุ๊บหรือหอยขมและหอยเชอร์รี่ขายสร้างรายได้เสริมในช่วงที่ว่างเว้นจากการกรีดยางพารา สร้างรายได้อย่างงามในยามที่ยางพาราราคาตกต่ำ

ข่าว สันติภาพ รามสูต สงขลา / ชาวสวนยางออกหาหอยจุ๊บหรือหอยขมและหอยเชอร์รี่ขายสร้างรายได้เสริมในช่วงที่ว่างเว้นจากการกรีดยางพารา สร้างรายได้อย่างงามในยามที่ยางพาราราคาตกต่ำ

หลังจากที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างต่อเนื่องทำให้ชาวสวนยางพาราได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากมีรายได้ลดลงเนื่องจากราคาเหลือประมาณกิโลกรัมละ 80 บาท แต่สำหรับชาวสวนยางและผู้ที่มีอาชีพกรีดยางในพื้นที่บ้านโคกขี้เหล็ก หมู่ที่ 1 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้หาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ทดแทนรายได้จากกรีดยางพารา นั่นคือการออกหาหอยขมหรือที่ชาวใต้เรียกว่าหอยจุ๊บ รวมทั้งหอยเชอร์รี่นำมาขายสร้างอย่างงาม โดยหอยขมกิโลกรัมละ 40 บาท ส่วนหอยเชอรี่กิโลกรัมละ 80 บาท

นางปราณี ฝะสกุล อายุ35 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ออกหาหอยทั้งสองชนิดขาย เล่าว่า จะใช้เวลาว่างหลังจากกรีดยางพาราหรือวันที่งดกรีด ออกไปหาหอยขมและหอยเชอรี่ที่อ่างเก็บน้ำคลองหลา อ.คลองหอยโข่ง ซึ่งต้องเดินทางไปกลับเกือบ 100 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่ยังบริสุทธิ์และมีหอยทั้งสองชนิดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในคลองหรือตามท้องนาใกล้บ้านเริ่มหายากและหอยสกปรกจากมลพิษ

โดยหลังจากที่เก็บหอยทั้งสองชนิดมาได้ก็จะนำมาล้างน้ำ 5-6 น้ำให้สะอาด โดยหอยขมจะนำมาสับก้นหอยด้วยมีดที่ละตัว ส่วนหอยเชอรี่จะใช้มีดคว้านเอาเนื้อในออกมาและเลาะให้เหลือแต่ส่วนหัว แต่ละวันจะมีออร์เดอร์สั่งตรงจากลูกค้าที่เป็นชาวบ้านทั่วไปจนทำแทบไม่ทันโดยหอยขมขายได้วันละ15 กิโลกรัม ส่วนหอยเชอรี่ขายได้วันละ 5 กิโลกรัม เนื่องจากเป็นที่นิยมของชาวบ้านและเริ่มหากินยาก ซึ่งจะมีรายได้เสริมจากการขายหอยวันละไม่ต่ำกว่า 500 บาท

 

Read more...

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 จัดงานมหกรรมการแสดงพื้นบ้าน สืบสานวัฒนธรรม มรดกไทยและงานมหกรรมวิชาการชายแดนใต้ ประจำปี2555 เพื่อปลูกฝังคุณธรรม พร้อมสำนึกความเป็นชาติไทยให้กับนักเรียน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 จัดงานมหกรรมการแสดงพื้นบ้าน สืบสานวัฒนธรรม มรดกไทยและงานมหกรรมวิชาการชายแดนใต้ ประจำปี2555 เพื่อปลูกฝังคุณธรรมและสร้างจิตสำนึกความเป็นชาติไทยให้กับนักเรียน

วันนี้(28ส.ค.55) ที่ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา นายชุมพล ศรีสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการแสดงพื้นบ้าน สืบสานวัฒนธรรม มรดกไทยและงานมหกรรมวิชาการชายแดนใต้ ประจำปี 2555 ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 จัดขึ้น ตามแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามโครงการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อดำเนินการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ด้านวิชาการ กิจกรรมแข่งขันกีฬา กิจกรรมทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอื่นตามความเหมาะสม นายชุมพล ศรีสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 กล่าวว่า สำหรับการจัดงานมหกรรมการแสดงพื้นบ้าน สืบสานวัฒนธรรม มรดกไทยและงานมหกรรมวิชาการชายแดนใต้ ประจำปี 2555 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน ได้แสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น ลิเกฮูลู รำมโนห์รา หนังตะลุง ปัญจสีลัต รวมทั้งเพื่อปลูกฝังคุณธรรม สำนึกความเป็นชาติไทยให้กับนักเรียนซึ่งเป็นเยาวชนของชาติจะได้สืบสานวัฒนธรรมและมรดกไทยให้คงอยู่ ตลอดจนจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความสามารถที่เป็นเลิศในด้านวิชาการ วิชาชีพ สุนทรียภาพ ด้านดนตรี นาฎศิลป์ ศิลปะการแสดง เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น

โดยมีกิจกรรมการแสดงพื้นบ้าน สืบสานวัฒนธรรมและมรดกไทย จัดการแข่งขันมหกรรมวิชาการชายแดนใต้ มีการประกวดตำน้ำพริกและจัดสำรับ การแปรรูปผลไม้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ การประกวดร้องเพลง การจัดพานพุ่ม การประกวดมารยาทงาม รวมทั้งการประกวดและแข่งขัน รวม 88 กิจกรรม 207 รายการ สำหรับงานมหกรรมการแสดงพื้นบ้าน สืบสานวัฒนธรรม มรดกไทยและงานมหกรรมวิชาการชายแดนใต้ ประจำปี 2555 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 29 สิงหาคม 2555

 

 

Read more...

ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสงขลาและเครือข่าย จัดโครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ในสถานศึกษา พร้อมปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์รณรงค์กว่า 300 คัน

ข่าว สุธิดา พฤกษ์อุดม ภาพ โปรดปราน บุญธรรม / ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสงขลาและเครือข่าย จัดโครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ในสถานศึกษา พร้อมปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์รณรงค์กว่า 300 คัน

วันนี้(28ส.ค.55) เวลา 13.30 น. ที่ มหาวิทยาลัยทักษิณ อ.เมือง จ.สงขลา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ในนามศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสงขลาและเครือข่าย จัดโครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ในสถานศึกษา โดยมี นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธานในพิธี และมีนักเรียนนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน นายโส เหมกุล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ในนามคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสงขลาและเครือข่าย กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ออกไปอีก 3 ปี คือ ในปี พ.ศ.2555-2557 โดยกำหนดเป้าหมายให้สามารถเพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยอย่างน้อย ร้อยละ 20 ต่อปี ซึ่งในปีนี้จะเน้นดำเนินการในกลุ่มเยาวชนในสถานศึกษาและกลุ่มวัยแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการสนองนโยบายดังกล่าว ของรัฐบาลทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา/ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสงขลา จึงได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เยาวชนในสถานศึกษาเข้าใจและตระหนักถึงประโยชน์ของการสวมหมวกนิรภัย พร้อมทั้งเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกทางหนึ่งด้วย ด้าน นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลามีแผนงานและมาตรการบังคับใช้กฎหมายด้านการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยจัดกิจกรรมรณรงค์ขึ้นในวันนี้ และตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2555 เป็นต้นไป จะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย วันที่ 1-7 กันยายน  ดำเนินการจับซื้อหมวกแทนค่าปรับ , วันที่  8-14 กันยายน ดำเนินการจับ ว่ากล่าวตักเตือน พร้อมลงบันทึก , วันที่ 15-21 กันยายน ดำเนินการจับปรับ 100 บาท และตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2555 เป็นต้นไป จะดำเนินการจับปรับ 500 บาท พร้อมทั้งมีการประเมินผล โดยการสังเกตการณ์ การสัมภาษณ์และสอบถามในลำดับต่อไป กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีลงนามความร่วมมือสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ของจังหวัดสงขลา สถานศึกษาและตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา การให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจร การสาธิตการขับขี่ การจัดนิทรรศการด้านความปลอดภัยทางถนน และการปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยจำนวนกว่า 300 คัน

 

Read more...

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าร่วมบุญมหากุศลเฉลิมฉลอง 80พรรษา มหาราชินี กองทุนแม่ของแผ่นดิน ปี 2555

ข่าว สุธิดา พฤกษ์อุดม ภาพ โปรดปราน บุญธรรม / สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าร่วมบุญมหากุศลเฉลิมฉลอง 80พรรษา มหาราชินี กองทุนแม่ของแผ่นดิน ปี 2555

วันนี้(28ส.ค.55) เวลา 10.00 น. ที่ วัดแหลมพ้อ ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา  สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าร่วมบุญมหากุศลเฉลิมฉลอง 80 พรรษา มหาราชินี กองทุนแม่ของแผ่นดิน ปี 2555 โดยมี นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธี นายสวัสดิ์ มีแต้ม พัฒนาการจังหวัดสงขลา ในนามคณะกรรมการและเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด กระทรวงมหาดไทยได้ให้ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดสงขลาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชินี ปี 2555 ขึ้น เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสพระชนมายุ 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 และเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนตั้งต้นในหมู่บ้าน/ชุมชน ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างสันติวิธีภายใต้ชื่อ "กองทุนแม่ของแผ่นดิน" ทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา จึงได้จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าในครั้งนี้ขึ้น เพื่อนำเงินที่ได้รับบริจาคไปใช้ในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของหมู่บ้าน/ชุมชนตามพระประสงค์ต่อไป สำหรับการทอดผ้าป่าในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพ่อค้าประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาทุกภาคส่วน

 

Read more...

ผอ.ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ระบุผลงานรอบ 10 เดือนยอดเที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 10 พร้อมเผยแผนพัฒนาปี 56 เตรียมยกเครื่องกล้องวงจรปิดทั้งระบบ

ผอ.ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ระบุผลงานรอบ 10 เดือนยอดเที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 10 พร้อมเผยแผนพัฒนาปี 56 เตรียมยกเครื่องกล้องวงจรปิดทั้งระบบ

..นรนิติ์ ผลกานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ปริมาณการจราจรทางอากาศของท่าอากาศยานหาดใหญ่ในรอบ 10 เดือน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554-กรกฎาคม 2555 เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 6.49 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.67 ปริมาณสินค้าเข้า/ออก เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.90 ส่วนไปรษณียภัณฑ์เข้า/ออก ลดลง คิดเป็นร้อยละ 38.79 ในส่วนของการพัฒนาและปรับปรุงท่าอากาศยานหาดใหญ่ที่ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2555 ที่โดดเด่น คือ การปรับปรุงลานจอดอากาศยานและเส้นทางเชื่อมที่เป็นคอนกรีต รวมทั้งระบบไฟนำจอดเครื่องบินแบบใหม่จำนวน 3 ชุด นอกจากนั้นยังมีการขยายอาคารสำนักงานด้านหน้าบริเวณจุดตรวจร่างกายก่อนเข้าอาคารผู้โดยสาร และการติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์ เพื่อตรวจสอบอาวุธและวัตถุระเบิดในช่องอุโมงค์สัมภาระอีกจำนวน 1 เครื่อง สำหรับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานใหญ่ในรอบปีงบประมาณ 2556 นั้น ในเบื้องต้นได้มีการวางแผนไว้ 4 โครงการ ทั้งการปรับปรุงระบบไฟฟ้าสนามบิน การก่อสร้างโครงหลังคาคลุมถนน พร้อมระบบระบายน้ำ บริเวณจุดจอดรับส่งผู้โดยสาร การปรับปรุงระบบเสียงประกาศเที่ยวบิน และ การจัดซื้อกล้องวงจรปิด หรือ ซีซีทีวี ทดแทนของเก่าที่เริ่มเสื่อมสภาพทั้งหมด ..นรนิติ์ เปิดเผยอีกว่า ทางท่าอากาศยานหาดใหญ่ได้เพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น อาทิ การกำหนดทางเข้า-ออก สนามบินให้เหลือเพียงช่องทางเดียว เพื่อให้การตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะเป็นไปอย่างรอบคอบรัดกุมมากที่สุด ส่วนพื้นที่ภายในสนามบินก็ได้จัดชุดทหารอากาศโยธินลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี ตลอดวันและเวลาของการให้การบริการ เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับการบริการและความปลอดภัยในระดับสูงสุด

 

Read more...

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สำนักงานพาณิชย์จังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผนึกกำลังจัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อมโยงการค้าและพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่าย ในงาน “IMT-GT Trade Fair 2012”

สำนักงานพาณิชย์จังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผนึกกำลังจัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อมโยงการค้าและพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่าย ในงาน "IMT-GT Trade Fair 2012"

วันนี้(27ส.ค.55) เวลา 17.30 น.ที่ ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า IMT-GT Fair 2012 โดยมี นายเฮรู วิจัก โซโน กงสุลใหญ่อินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลา และผู้แทนกงสุลมาเลเซีย ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายในการสานสัมพันธ์ในทุกมิติกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงทั้งประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย  อีกทั้งการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนและการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้น การที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 5 จังหวัด ร่วมจัดโครงการ IMT-GT Trade Fair 2012 ขึ้นในครั้งนี้ ย่อมเป็นประโยชน์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีโอกาสในการนำสินค้ามาจำหน่ายแก่ผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้ขยายช่องทางการตลาดและสร้างเครือข่ายทางการค้าให้กว้างขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เพราะได้มีการร่วมมือกันระหว่างสภาธุรกิจชายแดนภาคใต้ของไทย กับประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่นำผู้ประกอบการมาร่วมจำหน่ายสินค้าในครั้งนี้ด้วย ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของทั้ง 3 ประเทศเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจในวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีระหว่างกัน เพื่อรองรับการปรับตัวในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ที่จะมาถึงนี้ด้วย กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคสินค้าเด่นประจำท้องถิ่นของทั้ง 3 ประเทศ ที่หาชมและหาซื้อได้ยาก , การจัดนิทรรศการสินค้าฮาลาล , การนำเสนอข้อมูลและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้  , การจัดนิทรรศการโครงการหลวง , นวดแผนไทย และนิทรรศการ IMT-GT พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงศิลปวัฒนธรรม จาก 3 ประเทศ ที่ร่วมขนทัพนักแสดงมาให้ความบันเทิงในงานทุกวัน ในเวลา 10.00-21.00 น. ตั้งแต่บัดนี้-2 กันยายน 2555 ที่ ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ ม.อ. หาดใหญ่

Read more...

นครสงขลา เร่งปรับพื้นที่ชายหาดชลาทัศน์ คืบหน้าไปเกือบร้อยละ 80 เพื่อให้งานได้เสร็จตามกำหนดในเดือนกันยายนนี้

ข่าว สงขลา / นครสงขลา เร่งปรับพื้นที่ชายหาดชลาทัศน์ คืบหน้าไปเกือบร้อยละ 80 เพื่อให้งานได้เสร็จตามกำหนดในเดือนกันยายนนี้

นายพีระ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดชลาทัศน์ โดยการดูดทรายมาถมปรับพื้นที่ บริเวณนอกฝั่งชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลาสงขลา ที่ถูกคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง  ขึ้นมาเติมบนชายหาดชลาทัศน์ ระยะทาง 400 เมตร ตั้งแต่บริเวณบ้านเก้าเส้งไปจนถึงบริเวณชายหาดหน้าทัพเรือภาคที่ 2 โดยทรายที่ดูดทั้งหมด จำนวน 3 แสนคิว ทรายส่วนนี้ก็จะนำขึ้นไปฝังกลบส่วนที่เป็นก้อนหินทั้งหมด ให้กลายเป็นชายหาดดังเดิมเพื่อนำทรายกลับคืนสู่ธรรมชาติชายหาดชลาทัศน์  แหลมสมิหลาสงขลา  ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างเทศบาลนครสงขลา กับศูนย์พัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 4  จังหวัดสงขลา  กรมเจ้าท่า โดยใช้งบประมาณ 5 ล้านบาท งบสมทบของเทศบาลนครสงขลา อีก 1 ล้าน 5 แสนบาท ซึ่งขณะนี้การดูดทรายขึ้นมาเติมชายหาดชลาทัศน์  คืบหน้าไปเกือบร้อยละ 80   ระยะทางกว่า 300 เมตร  ความกว้างประมาณ 30 80  เมตร ได้ทรายขึ้นมาแล้วกว่า 2 แสน 6 หมื่นคิว  ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2555 นี้  ก่อนฤดูมรสุม

                                                                                                                                             

               

Read more...

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

งานรัฐบาลพบประชาชนทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่จ.สงขลาวันที่สองประชาชนเข้าร่วมชมงานอย่างต่อเนื่องโดยโครงการที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือโครงการรถคันแรกและบ้านหลังแรกรวมทั้งแหล่งเงินในการประกอบอาชีพ

ข่าว สงขลา / งานรัฐบาลพบประชาชนทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่จ.สงขลาวันที่สองประชาชนเข้าร่วมชมงานอย่างต่อเนื่องโดยโครงการที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือโครงการรถคันแรกและบ้านหลังแรกรวมทั้งแหล่งเงินในการประกอบอาชีพ

วันนี้(26ส.ค.55) บรรยากาศงานรัฐบาลพบประชาชนทุนคุณภาพชีวิตในวันที่สองซึ่งเป็นวันสุดท้าย ที่จ.สงขลา ซึ่งจัดขึ้นที่หอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ มีประชาชนเข้าร่วมชมงานอย่างต่อเนื่องแต่ไม่คึกคักเหมือนวันแรก โดยโครงการที่ได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาสอบถามรายละเอียดมากที่สุดคือโครงการรถคันแรกและบ้านหลังแรก รวมทั้งแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆของรัฐที่มาออกบูธจำนวน 9 สถาบันการเงิน เพื่อนำไปเป็นทุนในการประกอบอาชีพ อย่างไรก็ตามประชาชนบางส่วนต้องการให้รัฐบาลขยายเวลาในหลายโครงการออกไปอีก เช่น โครงการรถยนต์คันแรกเนื่องจากขณะนี้การจองรถยนต์ต้องใช้เวลานาน รวมทั้งการจัดหาแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพของประชาชนในระดับรากหญ้าเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีช่องทางการประกอบอาชีพมากขึ้น

 

 

 

 

Read more...

นครหาดใหญ่ตักบาตรนานาชาติพระสงฆ์ 10,000 รูป ครั้งยิ่งใหญ่ ถวายเป็นพุทธบูชาในวาระฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ข่าว สงขลา / นครหาดใหญ่ตักบาตรนานาชาติพระสงฆ์ 10,000 รูป ครั้งยิ่งใหญ่ ถวายเป็นพุทธบูชาในวาระฉลองพุทธชยันตี 2,600  ปี แห่งการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

วันนี้(26ส.ค.55) ที่ บริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา นายสุรพล  พนัสอำพล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีตักบาตรนานาชาติพระสงฆ์จำนวน 10,000 รูป เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในวาระฉลองพุทธชยันตี 2,600  ปี แห่งการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยมี พล.ท อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคนายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ เครือข่ายกัลยาณมิตร และข้าราชการ ประชาชนผู้ประกอบการร้านค้าชาวหาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ นับหมื่นคนนุ่งขาวห่มขาวนำสิ่งของข้าวสาร อาหารแห้ง ขนมคาวหวาน และเครื่องสังฆทาน จำนวนมากมาร่วมทำบุญตักบาตรนานาชาติ ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเป็นปีที่ 12 มีคณะสงฆ์จาก 4 ประเทศ  14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมกิจกรรมงานพิธีตักบาตรนานาชาติในครั้งนี้ โดยทำการปิดถนนนิพัทธ์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเส้นทางถนนย่านการค้าและแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของอำเภอหาดใหญ่ ปิดตั้งแต่บริเวณหน้าโรงแรมซากุระแกรนด์วิวหาดใหญ่จนถึงบริเวณหน้าโรงแรมไดมอนด์หาดใหญ่ เพื่อให้พระสงฆ์นับหมื่นรูปได้เดินรับบิณฑบาตรสิ่งของข้าวสารอาหารแห้ง จากประชาชนที่มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญใส่บาตรในงานครั้งนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความสงบเรียบร้อยภายในงานอย่างเข้มงวด

 

 

 

 

 

 

Read more...

จังหวัดสงขลา จัดแข่งขันวิ่งรายการใหญ่ระดับประเทศ “สสส.สงขลามาราธอนนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ” มีผู้ร่วมแข่งขันกว่าหมื่นคน

ข่าว สงขลา / จังหวัดสงขลา จัดแข่งขันวิ่งรายการใหญ่ระดับประเทศ "สสส.สงขลามาราธอนนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ" มีผู้ร่วมแข่งขันกว่าหมื่นคน

วันนี้(26..55) ที่ บริเวณสระบัว แหลมสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดการแข่งขัน สสส. สงขลามาราธอนนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ  โดยมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมกว่าหมื่นคน นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา รวมทั้งรณรงค์และสนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนรักษาสุขภาพ โดยการวิ่งออกกำลังกาย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และหารายได้สมทบกองทุนโครงการ สสส.สงขลา มาราธอนนานาชาติ ตลอดจนหารายได้จัดตั้งกองทุนพัฒนากีฬาและกิจกรรมในสถานศึกษา และเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของประชาชน สำหรับการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย การอข่งขันวิ่งมาราธอน 42.2 กิโลเมตร , ฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร , มินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร และฟันรัน 4 กิโลเมตร โดยเริ่มจุดสตาร์ทจากแหลมสมิหลา วิ่งเลียบทะเลสาบสงขลา ข้ามสะพานติณสูลานนท์ ไปยังเกาะยอ ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดเส้นทางและมีอากาศที่บริสุทธิ์ สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมการแข่งขันเป็นอย่างมาก

 

Read more...

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลหญิงสาวจีนฮ้อจำนวน 36 คน หลังสนธิกำลังเข้าตรวจค้นสถานบริการสองแห่งในอ.หาดใหญ่ พบเข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ 8 คน

ข่าว ทักษิณ อรุณ สงขลา / เจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลหญิงสาวจีนฮ้อจำนวน 36 คน หลังสนธิกำลังเข้าตรวจค้นสถานบริการสองแห่งในอ.หาดใหญ่ พบเข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ 8 คน 

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หาดใหญ่และเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจค้นภายในสถานบริการสองแห่ง คือ ปารีสอาบอบนวด และเลดี้ไนท์ภายในโรงแรมเวียงพิง ตั้งอยู่ย่านตลาดใหม่ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เมื่อคืนนี้ที่ผ่านมา(24ส.ค.55) หลังจากได้รับการร้องเรียนว่ามีการนำเด็กอายุ 15 ปี ถูกบังคับค้าประเวณี ล่าสุดในวันนี้(25ส.ค.55) เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวหญิงสาวชาวจีนฮ้อที่ค้าประเวณีอยู่ในสถานบริการทั้งสองแห่งจำนวน 36 คน แยกเป็นปารีสอาบอบนวด 13 คน และเลดี้ไนท์ 23 คน ไปทำการสอบสวนและคัดแยก พบว่าเข้าข่ายตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์จำนวน 8 ราย ซึ่งอายุต่ำกว่า18 ปี ส่วนที่เหลือแม้จะค้าประเวณีด้วยความสมัครใจแต่ส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะถูกบังคับขู่เข็ญ  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 5 คน ซึ่งเป็นผู้ดูแลสถานบริการทั้งสองมา     ทำการสอบสวนและดำเนินคดีข้อหากระทำการค้ามนุษย์ เป็นธุระ จัดหา ล่อไป หรือชักพาไป ซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทำการค้าประเวณี  โดยหนึ่งในนั้นพบว่าเป็นตัวการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ส่วนที่เหลือทำหน้าที่เชียร์แขก ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายค้ามนุษย์และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนสถานบริการทั้งสองแห่งหากพบว่าไม่มีใบอนุญาตก็จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.สถานบริการซึ่งถึงขั้นปิดทันที ทาง พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผกก.สภ.หาดใหญ่ กล่าวว่า หลังจากได้รับการประสาน  และดำเนินการเข้าตรวจค้นพร้อมกับทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามที่ได้รับการร้องเรียน ซึ่งได้พบการกระทำผิดในข่ายการค้ามนุษย์เกิดขึ้นภายในสถานบริการทั้ง 2 แห่ง โดยได้ควบคุมตัวผู้ประกอบการและหญิงสาวบริการจากสถานบริการทั้ง 2 แห่งรวม 36 คน มาดำเนินการตรวจสอบยัง สภ.หาดใหญ่ จากการตรวจสอบสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเป็นหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อในการค้าประเวณีแม้ว่าจะสมัครใจ คือกลุ่มหญิงสาวที่อายุต่ำกว่ากำหนด มีจำนวน 8 ราย ซึ่งกลุ่มนี้จะส่งมอบให้ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดำเนินการ ส่วนกลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ประกอบการและผู้จัดการสถานบริการ มีทั้งหมด 5 ราย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในข้อหา กระทำความผิดร่วมกันค้ามนุษย์ และธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี  ส่วนกลุ่มที่3คือกลุ่มของหญิงสาวที่สมัครใจขายบริการ จะถูกดำเนินคดีในข้อหาค้าประเวณี ข้อหาไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งทั้งหมดได้ส่งตัวให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

Read more...

สวท.สงขลา ผู้สื่อข่าว สุธิดา พฤกษ์อุดม : รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรัฐบาลพบประชาชน “ทุน...เพื่อคุณภาพชีวิต” ที่ จ.สงขลา

รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรัฐบาลพบประชาชน "ทุน...เพื่อคุณภาพชีวิต" ที่ จ.สงขลา

วันนี้(25ส.ค.55) เวลา 09.00 น. ที่ หอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดโครงการรัฐบาลพบประชาชน "ทุน...เพื่อคุณภาพชีวิต" จังหวัดสงขลา โดยมี นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาร่วมให้การต้อนรับ และมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งนับพันคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้กำหนดจัดนิทรรศการระดับชาติ "รัฐบาลพบประชาชน ทุน เพื่อคุณภาพชีวิต" 11 โครงการ   และทุกกองทุนโชว์ผลงานเด่นสุดในรอบปี พร้อมเปิดตัวกองทุนใหม่จากภาครัฐเดินหน้าสร้างรอยยิ้มและพัฒนาชีวิต คนไทย ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2555   พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ  ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยพยายามนำทุนต่างๆมาเกื้อหนุน ตั้งแต่เกิด ช่วงศึกษา ช่วงตั้งตัว ช่วงทำงาน จนถึงแก่เฒ่า โดยนำทุนทางปัญญา , ทุนสังคม , ทุนการเงิน ฯลฯ มามอบให้กับพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม  ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ กองทุนหมู่บ้าน , กองทุนรถคันแรก , กองทุนบ้านหลังแรก , กองทุนบัตรสินเชื่อเกษตร และอีกหลายๆกองทุน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิติความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น โดยเฉพาะที่ จ.สงขลา จะเน้นในเรื่องกองทุนหมู่บ้านซึ่งเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่อยากจะให้ในพื้นที่ได้มีการบริหารจัดการกองทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะคนในพื้นที่เองย่อมรู้ถึงวิถีชีวิต แนวคิดของตนเองและเลือกสิ่งที่สร้างสรรค์เหมาะกับตนเองได้ดีที่สุด  พร้อมทั้งฝากให้ทุกคนใช้ประโยชน์จากกองทุนต่างๆอย่างคุ้มค่าและดีที่สุด ลูกหลานรุ่นหลังจะได้ใช้ประโยชน์ในโอกาสต่อไปด้วย กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การมอบบัตรสินเชื่อเกษตรกร , การมอบสิทธิการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร , การมอบสิทธิโครงการพักชำระหนี้แก่เกษตรกร ฯลฯ ผู้ที่สนใจสามารถร่วมงานได้จนถึงวันที่ 26 สิงหาคม ที่ หอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

Read more...

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สสส. ร่วม มอ. ลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และ ครอบครัว ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 25 แห่ง

ข่าว สงขลา / สสส. ร่วม มอ. ลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และ ครอบครัว ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 25 แห่ง

เมื่อวันที่(16ส.ค.55) นายสุจิตต์ ไตรพิทักษ์ กรรมการบริหารแผนคณะที่ 4 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และ ครอบครัว ร่วมกับทาง รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธวิบูลย์ รองอธิการบดีฝ่ายทรัพย์สินและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง เทศบาล และ อบต. ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย สงขลา พัทลุง สตูล ตรัง และ นครศรีธรรมราช จำนวน 25 แห่ง โดยมี นายสมพร ใช้บางยาง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี และบรรยายพิเศษในหัวข้อ ภาวะผู้นำ บทบาทผู้บริหารและข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และ ครอบครัว ทั้งนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และ ครอบครัว ทั้งมิติสุขภาวะกาย จิต สังคม และ ปัญญา โดยมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2555-กรกฎาคม 2556 โดยโครงการดังกล่าวถูกจัดขึ้นเนื่องจากปัญหาและสถานการณ์เด็กและเยาวชนมีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงมากขึ้น เพราะ ผลการสำรวจพบว่า มีเด็กร้อยละ 61.8 เท่านั้น ที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ และเด็กส่วนที่เหลือต้องอยู่ไกลบ้าน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางลบ เช่น ร้านเกม บ่อนการพนัน สถานบันเทิง และ ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งแผนในการพัฒนาด้านเด็ก เยาวชน และ ครอบครัว ในแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ได้มีการวางแผน และดำเนินการอย่างจริง สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 25 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สสส. แห่งละ 125,000 บาท ซึ่งจะแบ่งจ่ายเป็นงวดๆตามระยะเวลาของโครงการที่นำเสนอ โดยมีเจ้าหน้าที่ทีมงานจากมมาวิทยาลัยสงขลานครินทร์คอยให้คำปรึกษาและแนะนำการเขียนแผนยุทธศาสตร์โครงการเพื่อพัฒนาเด็ก เยาวชน และ ครอบครัว ให้มีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งหลังจากครบระยะเวลา 1 ปี ของโครงการ จะมีการประเมินผลเกี่ยวกับการแก้ปัญหาด้านเด็ก เยาวชน และ ครอบครัว ว่า ประสบผลสำเร็จมาน้อยเพียงใด และหากท้องถิ่นใดจะสานต่อโครงการก็สามารถติดต่อขอสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากทาง สสส. ได้โดยตรง เพื่อใช้ในการดำเนินการร่วมกับเงินงบประมาณอุดหนุนของท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Read more...
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...