กรมควบคุมโรค ผนึกกำลังความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน 13 เครือข่าย บูรณาการงานควบคุมยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคใต้
ข่าว สุธิดา พฤกษ์อุดม สงขลา / กรมควบคุมโรค ผนึกกำลังความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน 13 เครือข่าย บูรณาการงานควบคุมยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคใต้
วันนี้(15มี.ค.55) เวลา 13.00 น. ที่ โรงแรมหรรษา เจ.บี. อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายแพทย์ศุภชัย ฤกษ์งาม นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเพื่อพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานควบคุมการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการในพื้นที่ ครั้งที่ 4 (ภาคใต้) โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกว่า 100 คน
นายแพทย์ศุภชัย ฤกษ์งาม นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจุบันการสูบบุหรี่ยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศ จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2552 พบว่าอัตราการบริโภคยาสูบชนิดมีควันของประชากรไทย 15 ปีขึ้นไปมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อพิจารณากลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี พบว่ามีอัตราการสูบบุหรี่สูงขึ้นทุกรอบการสำรวจนับตั้งแต่ปี 2549-2552 นอกจากนี้ยังพบข้อมูลทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ คือ ค่าใช้จ่ายในการซื้อบุหรี่สูบ ในปี 2552 พบว่า ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปที่สูบบุหรี่ชนิดซิกกาแร็ตมีค่าใช้จ่ายในการซื้อบุหรี่เฉลี่ยวันละ 19.19 บาท คิดเป็น 575.7 บาทต่อเดือน หากพิจารณาเฉพาะเยาวชนอายุ 15-24 ปี พบว่าค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเล็กน้อย คือ เฉลี่ยวันละ 15.28 บาทต่อวัน คิดเป็น 458.3 บาทต่อเดือน ส่วนสถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขององค์การอนามัยโลกพบว่า คนไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันดับที่ 40 ของโลก โดยเฉพาะเหล้ากลั่นดื่มมากเป็นอันดับ 5 ของโลก ซึ่งแอลกอฮอล์เป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรมากกว่าครึ่ง โดยมีผู้เสียชีวิต 26,000 คนต่อปี และส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจปีละไม่ต่ำกว่า 150,000 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อเป็นการลดความสูญเสียดังกล่าว ประเทศไทยจึงได้ออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 12 ฉบับ เพื่อเป็นการควบคุม อาทิ กฎหมายจำกัดสถานที่-เวลาดื่ม อายุผู้ซื้อ และล่าสุด คือ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เป็นต้น กรมควบคุมโรคจึงได้จัดให้มีการประชุมในครั้งนี้ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานควบคุมการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการในระดับพื้นที่ ทั้งการบังคับใช้กฎหมายและเฝ้าระวัง โดยเฉพาะการพัฒนาตัวบทกฎหมายให้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมทั้งมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อไป