วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

กอ.รมน. จัดโครงการฝึกอบรมสร้างความตระหนักรู้และปลูกจิตสำนึกเพื่อสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ จ.สงขลา

 

ข่าว สุธิดา พฤกษ์อุดม สงขลา / กอ.รมน. จัดโครงการฝึกอบรมสร้างความตระหนักรู้และปลูกจิตสำนึกเพื่อสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ จ.สงขลา

 

วันนี้(21มี.ค.55) เวลา 09.30 น. ที่ โรงแรม ลี การ์เด้น พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) จัดโครงการฝึกอบรมสร้างความตระหนักรู้และปลูกจิตสำนึกเพื่อสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติโดยมี นายพิรสิญจน์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา(รอง ผอ.รมน.จว.ส.ข.) เป็นประธานการเปิดงาน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 100 คน ประกอบด้วย กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ อ.เมือง อ.นาหม่อม อ.จะนะ อ.นาทวี อ.เทพา และ อ.สะเดา

 

นายพิรสิญจน์ พันธุ์เพ็ง รอง ผอ.รมน.จว.ส.ข. กล่าวว่า การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติในปัจจุบันนับว่าเป็นภัยที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับมนุษย์ที่ประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถจะดำเนินการควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงลำพัง ฉะนั้นจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันภัยคุกคามการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติมีรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย จึงถือได้ว่าเป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความมั่นคงของชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ ภัยคุกคามด้านยาเสพติด ภัยจากการลักลอบค้าอาวุธ การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย  ภัยจากการบุกรุกถือครองทรัพยากรธรรมชาติที่ดินและป่าไม้อันเป็นสมบัติของชาติ เป็นต้น

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งอาจจะไม่ปรากฏให้เห็นหรือได้ยินบ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นย่อมนำความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา และเสถียรภาพแห่งอำนาจรัฐอีกด้วย ดังนั้นการอบบรมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับรู้และเกิดความระมัดระวังภัย เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อหรือถูกแสวงประโยชน์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนในการร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหาและสามารถถ่ายทอดความตระหนักรู้ไปสู่ภาคประชาชนให้เกิดสภาพชุมชนสังคมที่มีความเข้มแข็ง สามารถช่วยเหลือดูแลตนเองได้ในขั้นต้น พร้อมทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายแห่งความสามัคคี และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงให้กับหน่วยงานภาครัฐและประเทศชาติ เพื่อให้เกิดความสงบและสันติสุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศชาติต่อไป

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...