เกษตรกรในพื้นที่บ้านนาแสนและบ้านโฮ๊ะ จ.สงขลา อนุรักษ์ส้มหัวจุกซึ่งเป็นส้มไทยโบราณที่หายากและใกล้สูญพันธุ์
ข่าว สันติภาพ รามสูต สงขลา / เกษตรกรในพื้นที่บ้านนาแสนและบ้านโฮ๊ะ จ.สงขลา อนุรักษ์ส้มหัวจุกซึ่งเป็นส้มไทยโบราณที่หายากและใกล้สูญพันธุ์
เกษตรกรในพื้นที่บ้านโฮ๊ะ หมู่ที่ 5 และบ้านนาแสน หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกันอนุรักษ์ส้มหัวจุกซึ่งเป็นส้มไทยโบราณที่ปัจจุบันเริ่มเหลือน้อยและใกล้สูญพันธุ์ โดยในพื้นที่จ.สงขลา พื้นที่ต.ทุ่งตำเสา เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ยังมีส้มหัวจุกเหลืออยู่และสามารถส่งขายได้ เนื่องจากส่วนใหญ่เกษตรกรจะเปลี่ยนไปปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆโดยเฉพาะยางพารา สำหรับส้มหัวจุกจะมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากส้มอื่นๆ คือ ผลจะกลมรีและมีจุกที่โคนผล ขนาดของผลประมาณเท่ากำมือหรือใหญ่กว่านั้น เปลือกหนากลีบผลใหญ่และมีรสชาติหวานกลมกล่อมอมเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นส้มที่ได้รับความนิยมของตลาดโดยขณะนี้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 80-120 บาท เนื่องจากผลผลิตของส้มหัวจุกที่ออกสู่ตลาดมีน้อยจากปริมาณพื้นที่การปลูกที่น้อยลง นายหมัดยูโสบ หลงอะหลี หนึ่งในเกษตรกรบ้านนาแสน ที่ปลูกส้มหัวจุก เปิดเผยว่า ขณะนี้มีส้มหัวจุกเหลืออยู่ประมาณ 200 ต้น ซึ่งปลูกมานานกว่า 12 ปี แต่ผลผลิตเริ่มน้อยลงและบางส่วนเริ่มทยอยตายเนื่องจากเป็นโรคหนอนไชต้น สำหรับในพื้นที่บ้านนาแสนและบ้านโฮ๊ะนั้นมีส้มหัวจุกของเกษตรกรเหลืออยู่ประมาณ 5 รายเท่านั้น และส่วนใหญ่จะขาดการดูแลปล่อยให้ออกผลผลิตตามฤดูการตามธรรมชาติและทยอยตาย ปัจจุบันผลผลิตส้มหัวจุกที่ออกสู่ตลาดจึงมีน้อยและเริ่มลดลงทุกปี นายหมัดยูโสบ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางเกษตรจังหวัดสงขลาได้ลงพื้นที่มาวิจัยการปลูกส้มหัวจุกทั้งการขยายพันธุ์ สภาพดิน และการปรับปรุงคุณภาพของผลผลิตเพื่อเตรียมส่งเสริมและขยายพันธุ์ส้มหัวจุกให้เกษตรกรนำไปปลูกเป็นผลไม้เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของจ.สงขลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะส้มหัวจุกของเกษตรกรที่เหลืออยู่ทยอยตายอย่างต่อเนื่องและไม่มีการปลูกเพิ่มซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ได้
