ด่านพรมแดนสะเดาแน่นขนัดทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจ.สงขลาและชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เดินทางกลับร่วมเทศกาลฮารีรายอ
ข่าว สันติภาพ รามสูต สงขลา / ด่านพรมแดนสะเดาแน่นขนัดทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจ.สงขลาและชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เดินทางกลับร่วมเทศกาลฮารีรายอ
สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งกระแสข่าวระเบิดในพื้นที่จ.สงขลา ยังไม่กระทบกับความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยบรรยากาศที่ด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลฮารีรอยอที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ รวมทั้งคนไทยและนักศึกษาไทยที่เข้าไปศึกษาอยู่ในประเทศมาเลเซียและเดินทางกลับประเทศมาร่วมเทศกาลฮารีรายอเนื่องจากโรงเรียนในมาเลเซียหยุดเรียน 5 วันช่วงเทศกาลฮารีรายอ ซึ่งเป็นหนึ่งในวันสำคัญประจำชาติของประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากปริมาณนักท่องเที่ยวและคนไทยที่ทะลักเข้าประเทศพร้อมกัน ทำให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองต้องเพิ่มช่องจุดตรวจหนังสือเดินทางและเอกสารผ่านแดนเต็มทุกช่อง รวมทั้งยังได้เพิ่มช่องทางขาเข้าประเทศสำหรับรถยนต์อีกหนึ่งช่องทางด้วย เพื่อระบายรถให้เร็วขึ้นเนื่องจากเกิดปัญหารถติดยาวเหยียดเข้าไปจนถึงฝั่งมาเลเซียหลายกิโลเมตร โดยเฉพาะรถบัสซึ่งมีกว่า 300 คัน ทำให้นักท่องเที่ยวต้องลงจากรถเพื่อเดินเข้ามาประทับตราหนังสือเดินทางและต้องต่อแถวยาวเหยียด ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนสะเดา คาดการณ์ว่า เฉพาะช่วงสุดสัปดาห์นี้น่าจะมียอดการเดินทางเข้าประเทศผ่านด่านพรมแดนสะเดาในช่วงระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม ราว 5 หมื่นคนเฉลี่ยวันละ 1 หมื่นคน ซึ่งแน่นกว่าทุกปี เนื่องจากตรงกับช่วงเทศกาลฮารีรายอซึ่งมีการเดินทางมากกว่าปกติถึงสองเท่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระและบุคคลต้องสงสัย ทั้งที่เกี่ยวกับความมั่นคง ยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ /ด้าน นายกุล สุนทรวิจิตร นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจ.สงขลา เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่ทะลักเข้ามาในจ.สงขลา เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และข่าวระเบิดในอ.หาดใหญ่ไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์แต่อย่างใด โดยคาดว่าช่วงเทศกาลฮารีรายอจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งกระแสข่าวระเบิดในพื้นที่จ.สงขลา ยังไม่กระทบกับความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยบรรยากาศที่ด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลฮารีรอยอที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ รวมทั้งคนไทยและนักศึกษาไทยที่เข้าไปศึกษาอยู่ในประเทศมาเลเซียและเดินทางกลับประเทศมาร่วมเทศกาลฮารีรายอเนื่องจากโรงเรียนในมาเลเซียหยุดเรียน 5 วันช่วงเทศกาลฮารีรายอ ซึ่งเป็นหนึ่งในวันสำคัญประจำชาติของประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากปริมาณนักท่องเที่ยวและคนไทยที่ทะลักเข้าประเทศพร้อมกัน ทำให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองต้องเพิ่มช่องจุดตรวจหนังสือเดินทางและเอกสารผ่านแดนเต็มทุกช่อง รวมทั้งยังได้เพิ่มช่องทางขาเข้าประเทศสำหรับรถยนต์อีกหนึ่งช่องทางด้วย เพื่อระบายรถให้เร็วขึ้นเนื่องจากเกิดปัญหารถติดยาวเหยียดเข้าไปจนถึงฝั่งมาเลเซียหลายกิโลเมตร โดยเฉพาะรถบัสซึ่งมีกว่า 300 คัน ทำให้นักท่องเที่ยวต้องลงจากรถเพื่อเดินเข้ามาประทับตราหนังสือเดินทางและต้องต่อแถวยาวเหยียด ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนสะเดา คาดการณ์ว่า เฉพาะช่วงสุดสัปดาห์นี้น่าจะมียอดการเดินทางเข้าประเทศผ่านด่านพรมแดนสะเดาในช่วงระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม ราว 5 หมื่นคนเฉลี่ยวันละ 1 หมื่นคน ซึ่งแน่นกว่าทุกปี เนื่องจากตรงกับช่วงเทศกาลฮารีรายอซึ่งมีการเดินทางมากกว่าปกติถึงสองเท่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระและบุคคลต้องสงสัย ทั้งที่เกี่ยวกับความมั่นคง ยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ /ด้าน นายกุล สุนทรวิจิตร นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจ.สงขลา เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่ทะลักเข้ามาในจ.สงขลา เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และข่าวระเบิดในอ.หาดใหญ่ไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์แต่อย่างใด โดยคาดว่าช่วงเทศกาลฮารีรายอจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
