สคร.12 สงขลา แนะผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็กหมั่นสังเกตุอาการผิดปกติของบุตรหลาน เพื่อป้องกันการระบาดของโรค “มือ เท้า ปาก” ในช่วงย่างเข้าสู่ฤดูฝน
ข่าว สงขลา / สคร.12 สงขลา แนะผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็กหมั่นสังเกตุอาการผิดปกติของบุตรหลาน เพื่อป้องกันการระบาดของโรค "มือ เท้า ปาก" ในช่วงย่างเข้าสู่ฤดูฝน ดร.นพ.สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการส านักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา กล่าวว่า โรค "มือ เท้า ปาก" มักพบการระบาดในโรงเรียนชั้นอนุบาลเด็กเล็ก หรือ สถานรับเลี้ยงเด็ก โดยโรคดังกล่าวมีระยะฟักตัว ประมาณ 1 สัปดาห์ และสามารถติดต่อกันได้ แม้ว่ายังไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ โดยเชื้อไวรัสที่ก่อโรค "มือ เท้า ปาก" สามารถแพร่ผ่านทางระบบทางเดินอาหาร และการหายใจ และติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระของผู้ป่วย ตลอดจนการรติดต่อโดยอ้อม จากการสัมผัสผ่านของเล่น แก้วน้ า ผ้าเช็ดตัว หรือ มือของผู้เลี้ยงดูเด็กที่ปนเปื้อนเชื้อโรคชนิดนี้
สำหรับอาการแสดงของโรค "มือ เท้า ปาก" เด็กจะมีอาการไข้ เจ็บปาก น้ าลายไหล กินอาหารได้น้อย เนื่องจากมีแผลที่กระพุ้งแก้ม และเพดานปาก มีผื่นเป็นจุดแดง หรือ ตุ่มน้ าใสที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบก้น และอวัยวะเพศ อาจมีผื่นตามล าตัว แขน และขา อาการดังกล่าวมักมีเกิดขึ้นประมาณ 2-3 วัน และดีขึ้นจนหายได้ใน 1 สัปดาห์ โดยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง สามารถหายป่วยได้เอง มีเพียงส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรง ซึ่งจะเกิดจากเชื้อ "เอนเทอร์โรไวรัส 71" ที่ทำให้เกิดอาการสมองอักเสบร่วมกับระบบหายใจ และระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว เด็กที่มีอาการรุนแรงมักมีไข้สูง ซึมอ่อนแรง มือสั่น เดินเซ อาเจียนมาก หายใจหอบ และชัก หากพบอากาเหล่านี้ควรรีบพาพบแพทย์โดยด่วนปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้ อีกทั้งโรค "มือ เท้า ปาก" ยังไม่มียารักษาจำเพาะ แต่สิ่งที่แพทย์ปฏิบัติ คือการรักษาตามอาการ ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาชาเฉพาะที่ สำหรับแผลในปาก ควรดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยภาวะขาดน้ำ และเด็กที่มีอาการรุนแรง หรือ ภาวะแทรกซ้อนจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
โดยในช่วงนี้ซึ่งย่างเข้าสู่ฤดูฝน ดังนั้นจึงขอฝากเตือนมายังผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กให้ช่วยกันหมั่นสังเกตุอาการผิดปกติของบุตรหลาน ถ้ามีอาการไข้ เจ็บปาก กินอาหารได้น้อย มีแผลในปาก ให้สงสัยว่าป่วยเป็นโรค "มือ เท้า ปาก" โดยสถานการณ์ล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -7 กรกฏาคม 2556 ทั้งประเทศมี ผู้ป่วยโรค "มือ เท้า ปาก" จำนวน 18,181 ราย ไม่มีรายงานการเสียชีวิต ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลผู้ป่วย เดือนมิถุนายน ปี 2556 กับค่ามัธยฐาน 5 ปี ย้อนหลัง พบว่าสถานการณ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้รับรายงานผู้ป่วยโรค "มือ เท้า ปาก" จำนวน 1,360 ราย ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต โดยจังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงสุดได้แก่ จังหวัดสงขลา จำนวน 553 ราย รองลงมาจังหวัดพัทลุง จำนวน 327 ราย , ตรัง จำนวน 187 ราย , นราธิวาส จำนวน 82 ราย , ปัตตานี จำนวน 59 ราย และสตูล จำนวน 31 ราย