ปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่จ.สงขลา ลดลงอย่างต่อเนื่องสาเหตุมาจากฝนทิ้งช่วงขณะที่เจ้าหน้าที่ชลประมาณเผยจำเป็นต้องพร่องน้ำบางส่วนเพื่อป้องกันน้ำท่วมช่วงปลายปี
ข่าว สันติภาพ รามสูต สงขลา / ปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่จ.สงขลา ลดลงอย่างต่อเนื่องสาเหตุมาจากฝนทิ้งช่วงขณะที่เจ้าหน้าที่ชลประมาณเผยจำเป็นต้องพร่องน้ำบางส่วนเพื่อป้องกันน้ำท่วมช่วงปลายปี
จากปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในจ.สงขลา ที่มีระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขื่อนคลองสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ที่ระดับน้ำลดลงเหลือแค่ร้อยละ 31 ของเขื่อน หรือ 17.8 ล้านลูกบาศก์เมตรจากปริมาณความจุ 56 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งประชาชนในพื้นที่เป็นกังวลว่าอาจจะไม่เพียงพอในช่วงหน้าแล้งและกระทบกับระบบน้ำประปาในพื้นที่อ.สะเดา และภาคการเกษตรในพื้นที่ปลายน้ำ ล่าสุด นายสุรศักดิ์ คันธา ผู้อำนวยการชลประทาน จ.สงขลา เผยว่า ปริมาณน้ำที่ลดลงเหลือร้อยละ 31 เป็นเพียงการพร่องน้ำภายในเขื่อนสะเดา เพื่อเตรียมพร้อมรับน้ำในช่วงหน้าฝนปลายปีนี้เพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่ยอมรับว่าจากฝนทิ้งช่วงมีผลทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนลดลงมากกว่าปกติ แต่ปริมาณน้ำที่มีอยู่ยังเพียงพอต่อการบริโภคในพื้นที่ ไม่ส่งผลกระทบในช่วงหน้าแล้งซึ่งกำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เช่นเดียวกับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองหลา อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ซึ่งมีปริมาณน้ำเหลือ 10.29 จาก 20.42 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 48 รวมทั้งอ่างเก็บน้ำคลองจำไหร อ.คลองหอยโข่ง ซึ่งมีน้ำเหลืออยู่ 2.78 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณความจุ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังเพียงพอเช่นกัน
